[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
เมนูหลัก
อาชีวศึกษา จังหวัดแพร่
สาขาวิชา








พยากรณ์อากาศ
 
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 1/ก.พ./2556
ผู้ใช้งานขณะนี้ 12 IP
ขณะนี้
12 คน
สถิติวันนี้
182 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
288 คน
สถิติเดือนนี้
4710 คน
สถิติปีนี้
122989 คน
สถิติทั้งหมด
1144565 คน
IP ของท่านคือ 18.207.157.152
(Show/hide IP)


  

   เว็บบอร์ด >> สอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอน >>
รีไฟแนนซ์รถยนต์อย่างไรให้คุ้มค่า ได้เงินก้อนเหลือใช้กลับมา  VIEW : 932    
โดย rtd

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 223.206.218.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 21 เดือน กันยายน พ.ศ.2564 เวลา 12:20:05    ปักหมุดและแบ่งปัน

รีไฟแนนซ์รถยนต์อย่างไรให้คุ้มค่า ได้เงินก้อนเหลือใช้กลับมา
การรีไฟแนนซ์รถ คืออะไร
การรีไฟแนนซ์รถยนต์ มีลักษณะคล้ายกับการรีไฟแนนซ์บ้าน คือการที่ผู้เช่าซื้อรถยนต์ได้ทำการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปใช้หนี้ก้อนเก่าซึ่งอาจจะได้ประโยชน์ที่ดีกว่าเดิม ได้ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม ก่อนที่เราจะปิดบัญชีเพื่อนำรถมารีไฟแนนซ์ใหม่ผู้เช่าซื้อต้องคำนวณว่า ดอกเบี้ยคงเหลือตามสัญญากู้เดิมเมื่อนำมาหักส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะทำการกู้ใหม่ว่าคุ้มหรือเปล่าไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์ที่เดิมหรือที่ใหม่ เมื่อธนาคารพิจารณาอนุมัติให้จัดทำสินเชื่อใหม่ก็เริ่มผ่อนชำระใหม่ โดยเริ่มนับเวลาใหม่เป็นการชำระเดือนที่ 1 ไปจนครบงวดที่กำหนดไว้
ตัวอย่างเช่น
นาย ก. ซื้อรถยนต์ 800,000 บาท ดาวน์ไปแล้ว 200,000 บาท ต้องผ่อนอีก 600,000 บาท
ธนาคารคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะผ่อนชำระ 7 ปี (84 เดือน)
ดอกเบี้ยที่เราต้องส่งตลอด 7 ปี คือ 600,000 x 4% = 24,000 x 7 ปี = 168,000 บาท
ทำให้มีเงินที่ต้องผ่อนชำระคืนธนาคารทั้งหมด 768,000 บาท ผ่อนชำระ 84 เดือน
เท่ากับ ต้องผ่อนชำระรถยนต์เดือนละ 768,000/84 = 9,143 บาท
เมื่อเราผ่อนรถยนต์ไปเป็นเวลา 3 ปี รถคันนี้จะเหลือวงเงินค้างธนาคารอยู่ 270,852 บาท (600,000 - (9,143 x 36) = 270,852 บาท)
แต่เมื่อให้ธนาคารลองประเมินราคารถของเรา รถของเราอาจจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ในราคา 600,000 บาท เเละเมื่อยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ใหม่ นาย ก. ก็จะเหลือเงินที่เป็นส่วนต่างอยู่ 129,148 บาท (ยอดใหม่ - ยอดค้างเดิม = 600,000 - 270,852  = 329,148 บาท)
ทำไมเราต้องรีไฟแนนซ์รถยนต์
การทำแบบนี้เป็นขั้นตอนที่ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายลดลง เหลือเงินก้อนหมุนเวียนเพื่อใช้จ่าย เป็นอีกทางเลือกดีๆ ของหลายคนที่กำลังผ่อนรถอยู่ในปัจจุบัน และข้อดีอีกอย่างของการรีไฟแนนซ์รถยนต์ คือเป็นการกู้เงินที่ดีกว่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต เพราะดอกเบี้ยนั้นถูกกว่ามาก โดยดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์รถยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 % ส่วนดอกเบี้ยของบัตรเครดิตอยู่ที่ประมาณ 20% ขึ้นไป
เตรียมตัวรีไฟแนนซ์รถ
หลายคนอยากรีไฟแนนซ์รถยนต์แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นแบบไหนดี เรามาดูกันว่าถ้าอยากจะรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น เราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกรณี ได้แก่
1.กรณีอยู่ระหว่างผ่อนชำระ
สามารถรีไฟแนนซ์ได้กับธนาคารเดิม หรืออาจจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ก็ได้
รีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่
ข้อดี
ดอกเบี้ยมีโอกาสถูกกว่าธนาคารเดิม
ยื่นกู้ได้ง่ายขึ้น เพราะธนาคารใหม่มีโอกาสให้เงื่อนไขดีกว่าธนาคารเดิม
ข้อเสีย
หลังจากย้ายธนาคารจะต้องเสียค่าโอนเล่ม ค่าตรวจสภาพรถยนต์ ค่าอากรแสตมป์อีกรอบ ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
รีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม
ข้อดี
การรีไฟแนนซ์ที่เดิม มีโอกาสผ่านง่ายกว่าที่ใหม่หากมีประวัติในการผ่อนชำระดี
ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องเสียค่าโอนย้ายกรรมสิทธิ์
ข้อเสีย
เพราะเป็นธนาคารเดิมทำให้อาจไม่ได้ทางเลือกที่ดีที่สุด
2. กรณีผ่อนชำระเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มีรถที่ปลอดภาระและต้องการนำมาขอกู้เงินเรียกว่าการ “จำนำทะเบียน” โดยสามารถนำเล่มทะเบียนไปค้ำประกันได้ จากนั้นก็ขอกู้เงินแบบไม่ต้องเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียน หรืออีกแบบคือการขอกู้จากธนาคารด้วยการยอมเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียน
ส่วนขั้นตอนในการยื่นรีไฟแนนซ์นั้นสามารถทำได้ด้วยตนเองนั้น สามารถทำผ่านดีลเลอร์ของธนาคารก็ได้เช่นกัน
รีไฟแนนซ์รถยนต์ให้คุ้มค่า ควรรู้อะไรอีกบ้าง​
ปัจจัยเกี่ยวกับรถยนต์
รถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ไม่ได้ หรือได้แต่ได้ยอดน้อยมาก มักเป็นรถที่อายุเกิน 16 ปี และรถยนต์ที่รีไฟแนนซ์ได้ราคาค่อนข้างดี คือ รุ่นยอดนิยม เช่น Honda, Toyota, BMW, Benz เป็นต้น
อุปสรรคที่พบในผู้กู้
ในฐานะผู้กู้เองก็มีอุปสรรคบางอย่างที่อาจพบได้ เช่น ฐานเงินเดือนน้อย หรือมีการติดเครดิตบูโร ทำให้ได้ยอดเงินที่ไม่สูงมาก เอกสารไม่ครบ หรือเพิ่งทำงานได้ไม่นานทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือไม่เพียงพอ
นำส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์มาต่อยอด
ถ้ามีเงินส่วนต่างที่เหลือจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ก็สามารถนำมาต่อยอดลงทุนได้ เช่น ซื้อกองทุนรวม หรือเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูง เป็นต้น
เข้าใจว่ารีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น มีความแตกต่างจากรีไฟแนนซ์บ้าน
ควรลองประเมินมูลค่ารถยนต์ดูก่อนว่ามูลค่ารถยนต์ในปัจจุบันของคุณมากกว่ายอดติดจำนองหรือเปล่า เพราะการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีข้อที่แตกต่างจากการรีไฟแนนซ์บ้าน นั่นคือเมื่อเวลาผ่านไปมูลค่ารถยนต์จะค่อยๆ ลดลง แต่มูลค่าบ้านอาจจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เมื่อถูกประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน รถยนต์อาจมีมูลค่าน้อยกว่ายอดติดจำนอง จนทำให้เราไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง "ยอดหนี้ตัวรถยนต์" กับ "มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ในเวลาปัจจุบัน" แล้วไม่คุ้มค่า เช่น
ยอดหนี้ตัวรถยนต์  600,000 บาท
มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ในเวลาปัจจุบัน วงเงิน 400,000 บาท
ทำให้เห็นว่า มูลค่ารถยนต์ที่ขอสินเชื่อได้ มียอดที่น้อยกว่าทำให้มีส่วนต่างที่ติดลบอยู่ 200,000 บาท และต้องขาดทุนเพิ่มเมื่อจะทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์คันนี้

ข้อมูลจาก  https://www.rtds-events.com/category/2/